การเตรียมตัวก่อนมาฝึก
ตารางเรียน และราคา
เรื่องราวเกี่ยวกับ โยคะสุตรา ในนิตยสารและหนังสือพิมพ์
Promotion
สถานที่ตั้ง
ติดต่อเรา
เว็บบอร์ด
ร้านค้าโยคะสุตรา

YogaSutra Shop



Newsletter

เชิญสมัครรับข่าวสาร + โปรโมชั่นใหม่ จากโยคะสุตรา ใส่อีเมล์ และชื่อ แล้วคลิก 'สมัคร'
* อีเมล์
* ชื่อ:


Switch to English language edition of YogaSutraThai.com
   
 
 
 
 

กำเนิดโยคะ [ Origins of YOGA ]

โยคะ กำเนิดในประเทศอินเดียเมื่อประมาณ 4 - 5 พันปีมาแล้ว เดิมจะเป็นการฝึกเฉพาะ
ในหมู่โยคี และชนชั้นวรรณะพราหมณ์ เพื่อเอาชนะความเจ็บป่วย ต่อมาโยคะ ได้ถูกพัฒนา
ผ่านลัทธิฮินดู มายุคพุทธศาสนา ถึงยุคลัทธิเซนในประเทศจีน ดังนั้นโยคะจึงไม่ได้ เป็น
ศาสตร์ของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เป็นสากลศาสตร์ที่ศาสนาต่างๆ สามารถนำมา เป็น
ส่วนหนึ่งในการปฏิบัติเพื่อบรรลุ เป้าหมายสูงสุดแห่งศาสนานั้นๆ โยคะจึงเป็นที่แพร่หลาย
ไปทั่วโลก

วามหมายของโยคะ [ Meaning Of YOGA ]

โยคะ หมายถึง การสร้างความสมดุลและการรวมของร่างกาย- จิตใจ และจิตวิญญาณ ให้เป็นหนึ่งเดียว คือ โยคะสูตร รวบรวมโดยท่านมหาโยคีปตัญชลี (Patanjali) พระบิดา
แห่งโยคะ เมื่อประมาณ 300 ปี หลังพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระสูตรนี้เป็นที่มา
แห่งปรัชญาของโยคะในปัจจุบัน

ระดับของโยคะ

ตำรา Yoga-Sutra of Patanjali (c. 200 A.D.). ซึ่งได้กล่าวไว้ว่าการฝึกโยคะเป็นวิธีการ
ควบคุมจิตใจให้สงบ ทำให้เลือดลม หรือพลังงาน ไหลเวียนไปได้ทั่วร่างกายโดยไม่ติดขัด
เพื่อการเข้าใจถึงตนเองอย่างแท้จริง และมีเป้าหมายเพื่อยกระดับจิตใจของตนให้สูงขึ้น
กระบวนการฝึกโยคะเพื่อทำให้จิตใจสงบลงนั้นได้รับการจัดระบบไว้ 8 ขั้นตอนหรือที่เรียกว่า
วิถีทั้งแปดซึ่งประกอบไปด้วย



1.
ยะมะ หรือ Moral discipline (Yama)
คือศีลธรรมและจริยธรรม ที่จะช่วยให้คนอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข เป็นสังคมที่ช่วยเหลือ
ซึ่งกันและกัน ไม่เบียดเบียนกันซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ

• การไม่ฆ่าฟันหรือทำร้ายผู้อื่น ต้องให้ความรักผู้อื่น

• ต้องรักษาความสัตย์ คิดและพูดสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์

• ไม่โลภ ไม่มีความอยากได้ของผู้อื่น ไม่อยากได้ หรืออยากมีเกินความเป็นจริง

• ทำงาน หรือทำหน้าที่ของตัวเอง ให้เต็มความสามารถ ฝึกจิตของตัวเอง ให้ควบคุม
    ตัวเองในเรื่องของการคิด การพูดและการทำ

• ไม่สะสมสิ่งที่มีเกินความจำเป็น ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น

2. นิยะมะ Self-restraint (Niyama) หรือความมีวิถีแห่งตนได้แก่

• การรักษาร่างกายให้สะอาดด้วยการอาบน้ำ การรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ ด้วยการ
   ฝึกโยคะ และฝึกลมปราน

• ฝึกตนเองให้พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ จิตใจที่ไม่รู้จักพอจะขาดพลังจิต ขาดทิศทาง
   และยากที่จะสงบลงได้

• ความเพียรพยายามในการควบคุมกาย วาจาและใจให้ทำในสิ่งที่ดีๆ

• ศึกษาเกี่ยวกับธรรมและตนเอง เพื่อที่จะหาทางแกไขปัญหาต่างๆได้อย่างเหมาะสม

• ฝึกปฏิบัติให้ลดความโลภ โกรธ หลง


3. อาสนะ Posture (Asana)
 หมายถึงท่าในการฝึกโยคะ เป็นท่าสำหรับ
การบริหารร่างกาย  ฝึกยืดกล้ามเนื้อกระตุ้น
ให้การทำงานประสาทและต่อมต่างๆ


4. พรานายะมะ Breath control (Prãnãyãma)
เป็นการฝึกกำหนดลมหายใจโดยเป็นการฝึกการ
หายใจเข้า การหายใจออก และการกลั้นหายใจ


5. พรายาหาระ Sensory inhibition (Pratyãhãra)
หมายถึงการควบคุมความรู้สึกต่าง รู้สึกอยากได้
รู้สึกโกรธ เมื่อจิตใจไม่ติดยึดกับ วัตถุหรือ อารมณ์
ก็ทำให้จิตใจผู้นั้นบริสุทธิ์และมีพลังงานในการคิดหรือทำดี


6. ธารนะ Concentration (Dhãranã)
คือความมีสมาธิจดจ่อในสิ่งที่กระทำอยู่ เมื่อกายอยู่ในท่าโยคะ ให้จิตใจสนใจแต่เรื่องลมหายใจ ไม่คิดเรื่องอื่น

7. ธยานะ Meditation (Dhyãna)
คือการที่จิตใจที่เพ่งอย่างต่อเนื่องจนเกิดสมาธิ ไม่ว่าจะเปลี่ยนท่าโยคะไปท่าใด ผู้ฝึกก็ยังมี
จิตใจไม่วอกแวก หากฝึกถึงขั้นนี้ร่างกายจะรู้สึกเบาสบาย มั่นคง จิตใจแจ่มใส


8. สมาธิหรือฌาณ
Ecstasy (Samãdhi)
เป็นเป้าหมายสูงสุดของการฝึกโยคะ ทางพุทธเรียกฌาณ ร่างกายจิตใจอยู่ในสภาวะพัก
มีความสงบนิ่งสมดุล ผู้ฝึกจะมีสติและรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา เป้าหมายของการฝึกโยคะ Rãja-Yoga
คือการปลดปล่อยตัวเองจากโลภ โกรธ หลงและมีสมาธิ

หน้าต่อไป

 

 
 
 

 

 
 
 
 

Copyright 2003-2008© YogaSutraThai.com All rights reserved.